Uber รายได้ Q2/68 โตทำสถิติ ชี้ ‘แท็กซี่อัตโนมัติ’ คือการเติบโตรอบใหม่

Uber ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งเกินคาด ทำรายได้และยอดจองรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ซีอีโอ "ดารา คอสราวชาฮี" ได้ฉายภาพอนาคตว่า "แท็กซี่อัตโนมัติ" คือคลื่นการเติบโตลูกใหญระลอกต่อไปของบริษัท

1 Min Read

🔥 Hot Seal: ดีลเด็ด! สินค้าไอทีลดราคาที่คุณไม่ควรพลาด คลิ๊ก

ซานฟรานซิสโก, แคลิฟอร์เนียUber ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกมิติ ตอกย้ำความต้องการใช้บริการเรียกรถและเดลิเวอรีที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

ผลประกอบการดีเกินคาด

ตัวเลขสำคัญๆ ในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นว่าสถานะของ Uber แข็งแกร่งขึ้นมาก:

  • รายได้รวม (Revenue): อยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
  • ยอดจองรวม (Gross Bookings): พุ่งสูงถึง 4.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% (YoY)
  • กำไรจากการดำเนินงาน (Income from Operations): อยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตถึง 82% (YoY)
  • กำไรสุทธิ (Net Income): อยู่ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ผู้ใช้งาน (MAPCs): มีจำนวนผู้ใช้งานแพลตฟอร์มต่อเดือน (Monthly Active Platform Consumers) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 180 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% (YoY)

เพื่อแสดงความมั่นใจในทิศทางการเติบโต คณะกรรมการบริหารยังได้อนุมัติ โครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: “แท็กซี่อัตโนมัติ”

นอกเหนือจากตัวเลขผลประกอบการที่น่าประทับใจ นายดารา คอสราวชาฮี ซีอีโอของ Uber ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า บริษัทจะผลักดันให้ แท็กซี่อัตโนมัติ หรือ “โรโบแท็กซี่” กลายเป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตที่สำคัญระลอกต่อไป

เขายอมรับว่าการให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลา แต่ผลการทดลองในปัจจุบันนั้น “ยอดเยี่ยมมาก” โดยเฉพาะการร่วมมือกับ Waymo (บริษัทรถยนต์ไร้คนขับในเครือ Alphabet)

“โดยเฉลี่ยแล้ว Waymo หนึ่งคันบนแพลตฟอร์มของเรา มีจำนวนเที่ยววิ่งต่อวันที่สำเร็จสูงกว่าคนขับที่เป็นมนุษย์ถึง 99%” คอสราวชาฮีกล่าว

กลยุทธ์ของ Uber: ไม่ใช่ผู้สร้าง แต่คือ “แพลตฟอร์ม”

คอสราวชาฮีได้ย้ำถึงกลยุทธ์ของ Uber ว่าบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์หรือเทคโนโลยีไร้คนขับด้วยตัวเอง แต่ต้องการวางตำแหน่งเป็น “แพลตฟอร์มกลาง” ที่ผู้ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับทุกค่ายสามารถเข้ามาเชื่อมต่อได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและมีความเสี่ยงต่ำกว่า

“เมื่อเราพิสูจน์โมเดลรายได้ได้แล้ว จะมีแหล่งเงินทุนจากภายนอกเข้ามาอย่างมหาศาล เราได้พูดคุยกับบริษัทไพรเวทอิควิตี้และธนาคารต่างๆ แล้ว” เขากล่าว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า Uber พร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไร้คนขับรายอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต

การประกาศผลประกอบการในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การโชว์ตัวเลขที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการส่งสาส์นที่ชัดเจนถึงนักลงทุนว่า Uber กำลังวางรากฐานเพื่อเป็นผู้นำในยุคต่อไปของการเดินทางอย่างแท้จริง

อ้างอิง (References)

Share This Article