สะเทือนยุโรป! Lyft และ Baidu ส่งแท็กซี่ไร้คนขับ ‘Apollo Go’

Lyft แพลตฟอร์มเรียกรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Baidu ผู้นำเทคโนโลยี AI จากจีน เพื่อนำบริการแท็กซี่ไร้คนขับ Apollo Go มาให้บริการแก่ผู้ใช้ในยุโรปเป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มต้นที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ภายในปี 2026

1 Min Read

🔥 Hot Seal: ดีลเด็ด! สินค้าไอทีลดราคาที่คุณไม่ควรพลาด คลิ๊ก

ซานฟรานซิสโก / ปักกิ่ง – วงการคมนาคมแห่งอนาคตสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Lyft แพลตฟอร์มเรียกรถชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา และ Baidu บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากประเทศจีน ได้ประกาศลงนามในข้อตกลงความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่อเปิดให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) ในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ

ภายใต้ความร่วมมือนี้ Baidu จะเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีและยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 (Level 4) ในโครงการ Apollo Go ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อการโดยสารโดยเฉพาะอย่าง Apollo RT6 ส่วน Lyft จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มในการเรียกรถ จัดการการเดินทาง และดูแลประสบการณ์ของผู้ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Lyft ที่ผู้คนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

Lyft
ขอบคุณรูปจาก: https://www.beartai.com/tech/it-news/1478730

เมืองมิวนิก ในประเทศเยอรมนี ถูกเลือกให้เป็นเมืองนำร่องแห่งแรกสำหรับโครงการนี้ เนื่องจากเยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ของโลกที่มีกรอบกฎหมายรองรับการใช้งานรถยนต์ไร้คนขับบนถนนสาธารณะอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการทดสอบและเปิดให้บริการจริง

นายเดวิด ริชเชอร์ (David Risher) ซีอีโอของ Lyft กล่าวว่า “การร่วมมือกับ Baidu ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านรถยนต์ไร้คนขับ จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอบริการการเดินทางที่ปลอดภัยและล้ำสมัยให้กับผู้ใช้งานของเราในยุโรปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นี่คือก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นสำหรับ Lyft”

ด้าน นายโรบิน หลี่ (Robin Li) ประธานและซีอีโอของ Baidu เสริมว่า “การขยายบริการ Apollo Go สู่ยุโรปถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเดินทางสู่เวทีโลกของเรา การผสานเทคโนโลยีของเราเข้ากับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ Lyft จะทำให้เราสามารถนำเสนอการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ผู้คนนับล้าน”

ทั้งนี้ คาดว่าบริการจะเริ่มต้นในพื้นที่จำกัดภายในเมืองมิวนิกในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยในช่วงแรกอาจยังมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยนั่งประจำอยู่ในรถเพื่อสร้างความมั่นใจ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการแบบไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบต่อไปในอนาคต

Share This Article