เมาน์เทนวิว, แคลิฟอร์เนีย – ท่ามกลางความกังวลต่อปริมาณการใช้พลังงานมหาศาลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุด Google ได้ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ Dominion Energy หนึ่งในผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา เพื่อริเริ่มโครงการ “การตอบสนองด้านอุปสงค์” (Demand Response) สำหรับศูนย์ข้อมูล AI

ข้อตกลงนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่การลดปริมาณงานของ AI แต่เป็นการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดขึ้น โดย Google จะนำแพลตฟอร์ม AI ของตนเองมาวิเคราะห์และคาดการณ์ช่วงเวลาที่โครงข่ายไฟฟ้ามีความต้องการใช้พลังงานสูงสุด (Peak Demand) เช่น ในช่วงบ่ายของวันที่มีอากาศร้อนจัด จากนั้นจะสั่งการให้ศูนย์ข้อมูลลดการใช้พลังงานโดยอัตโนมัติ ด้วยการเลื่อนภาระงานที่ไม่เร่งด่วน (non-urgent tasks) เช่น การฝึกฝนโมเดล AI บางส่วน ไปทำในช่วงเวลาอื่นที่ระบบไฟฟ้ามีกำลังการผลิตสำรองเหลือเฟือ
นายเอิร์ซ เฮอซลี่ (Urs Hölzle) รองประธานอาวุโสฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคของ Google กล่าวว่า “นี่คือแนวทางที่ใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจาก AI เอง เราแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนสามารถดำเนินควบคู่กันไปได้ ข้อตกลงนี้คือบทพิสูจน์ที่สำคัญต่อเป้าหมายของเราในการใช้พลังงานปลอดคาร์บอนตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันภายในปี 2030”
ความร่วมมือนี้ถือเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในการเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้บริโภคพลังงาน” มาเป็น “ผู้ร่วมบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า” ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับแหล่งพลังงานของชุมชน ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าดับ และยังช่วยให้สามารถนำพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และลม เข้าสู่ระบบได้มากขึ้น เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการจัดการอุปสงค์และอุปทาน
โครงการนำร่องนี้จะเริ่มต้นที่ศูนย์ข้อมูลของ Google ในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “Data Center Alley” และหากประสบความสำเร็จ ก็จะมีการขยายผลไปยังศูนย์ข้อมูลทั่วโลกต่อไป



