ญี่ปุ่นเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิพุ่ง 41.8°C ฮีตสโตรกทะลุ 5 หมื่น

ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยล่าสุดอุณหภูมิได้พุ่งสูงทำสถิติใหม่ที่ 41.8 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุข มีรายงานผู้ป่วยจากโรคลมแดดหรือฮีตสโตรก (Heatstroke) ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วมากกว่า 50,000 คนภายในสัปดาห์เดียว

1 Min Read

🔥 Hot Seal: ดีลเด็ด! สินค้าไอทีลดราคาที่คุณไม่ควรพลาด คลิ๊ก

โตเกียว, ญี่ปุ่น – สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) และสื่อท้องถิ่นได้รายงานสถานการณ์คลื่นความร้อนที่รุนแรงผิดปกติซึ่งปกคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม 2568 สร้างผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง

อุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา เมือง อิเซซากิ (Isesaki) ในจังหวัดกุมมะ ได้บันทึกอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่ 41.8 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ 41.1 องศาเซลเซียสที่เคยบันทึกไว้ที่เมืองคุมากายะในปี 2018 นอกจากนี้ หลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เช่น กรุงโตเกียวและเกียวโต ต่างมีอุณหภูมิสูงเกิน 38 องศาเซลเซียสติดต่อกันหลายวัน

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากระบบความกดอากาศสูงกำลังแรงที่ปกคลุมหมู่เกาะญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกักเก็บความร้อนไว้เบื้องล่างจนมีลักษณะคล้าย “โดมความร้อน” (Heat Dome) ทำให้อากาศร้อนจัดและไม่มีลมระบาย

ญี่ปุ่นอากาศร้อน

วิกฤตสาธารณสุข: ยอดผู้ป่วยฮีตสโตรกพุ่ง

สำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติแห่งประเทศญี่ปุ่น (FDMA) ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 สิงหาคม มีผู้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากอาการป่วยจากความร้อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคลมแดด มากถึง 53,800 คน ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนแล้วอย่างน้อย 75 ราย

โรงพยาบาลและหน่วยบริการฉุกเฉินในหลายพื้นที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มเสี่ยงที่สุดคือผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว

คำเตือนและมาตรการจากภาครัฐ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ออก “การแจ้งเตือนภัยโรคลมแดด” (Heatstroke Alert) ในระดับสูงสุดสำหรับหลายสิบจังหวัด พร้อมทั้งแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด:

  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ในช่วงเวลากลางวันที่มีแดดจัด
  • เปิดเครื่องปรับอากาศ และอยู่ในที่ร่มให้มากที่สุด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและสม่ำเสมอ แม้จะไม่รู้สึกกระหาย
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายและมีสีอ่อน
  • ดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางต่อความร้อนเป็นพิเศษ

รัฐบาลได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน และสถานศึกษาบางแห่งได้ประกาศยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

อ้างอิง (References)

Share This Article