Windows License แบบ OEM กับ FPP คืออะไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

เวลาที่เราจะซื้อ Windows หรือคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เรามักจะเจอคำว่า "Windows OEM" และ "Windows FPP" อยู่เสมอ แม้ทั้งสองจะเป็น Windows ของแท้เหมือนกัน แต่กลับมีราคาและเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะเจาะลึกถึงความแตกต่างทั้งหมดเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

2 Min Read

🔥 Hot Seal: ดีลเด็ด! สินค้าไอทีลดราคาที่คุณไม่ควรพลาด คลิ๊ก

การทำความเข้าใจประเภทของลิขสิทธิ์ Windows เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินและใช้สิทธิ์ของคุณได้อย่างเต็มที่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักดังนี้

1. Windows License แบบ OEM (Original Equipment Manufacturer)

1. Windows License แบบ OEM (Original Equipment Manufacturer)

  • มันคืออะไร?: OEM คือลิขสิทธิ์ Windows ที่ Microsoft ขายให้กับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ต่างๆ (เช่น Dell, HP, Lenovo) หรือร้านรับประกอบคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการติดตั้งลงบนเครื่องใหม่ก่อนส่งถึงมือลูกค้า
  • ลักษณะสำคัญ: สิทธิ์การใช้งานของ OEM จะ “ผูกติด” กับเมนบอร์ด (Motherboard) ของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ อย่างถาวร พูดง่ายๆ คือ License นี้จะ “เกิดและตายไปพร้อมกับเมนบอร์ด” ของเครื่องนั้น
  • การย้ายเครื่อง: ไม่สามารถย้าย License ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้ หากเมนบอร์ดของคุณเสียหรือคุณต้องการประกอบคอมใหม่ทั้งหมด คุณจะต้องซื้อ License ใหม่
  • การสนับสนุนทางเทคนิค: ผู้ที่ต้องให้การสนับสนุนด้านเทคนิคคือ “ผู้ผลิตหรือผู้ขายคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น” ไม่ใช่ Microsoft โดยตรง
  • ราคา: ถูกกว่า แบบ FPP อย่างมีนัยสำคัญ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: License แบบ OEM ก็เปรียบเสมือน “เครื่องเสียงติดรถยนต์” ที่มาจากโรงงาน มันเป็นของดี ใช้งานได้เต็มที่ แต่คุณไม่สามารถถอดมันไปใส่ในรถคันใหม่ของคุณได้

เหมาะกับใคร?:

  • ผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์แบรนด์ หรือโน้ตบุ๊ก ที่มีการติดตั้ง Windows มาให้จากโรงงาน
  • ผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์ใช้เองและไม่คาดว่าจะมีการอัปเกรดหรือเปลี่ยนเมนบอร์ดในเร็วๆ นี้
Windows License แบบ FPP (Full Packaged Product) หรือแบบ Retail

2. Windows License แบบ FPP (Full Packaged Product) หรือแบบ Retail

  • มันคืออะไร?: FPP คือลิขสิทธิ์ Windows แบบ “กล่อง” หรือแบบ “รีเทล” ที่วางขายปลีกตามร้านค้าหรือขายในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลดให้ผู้ใช้งานทั่วไปโดยตรง
  • ลักษณะสำคัญ: สิทธิ์การใช้งานของ FPP จะ “ผูกติด” กับ “ผู้ใช้งาน” (ผ่านบัญชี Microsoft) ไม่ได้ผูกติดกับฮาร์ดแวร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
  • การย้ายเครื่อง: สามารถย้าย License ไปติดตั้งบนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้ ไม่ว่าคุณจะประกอบคอมใหม่กี่ครั้งก็ตาม (แต่จะใช้งานได้ทีละ 1 เครื่องเท่านั้น)
  • การสนับสนุนทางเทคนิค: คุณจะได้รับสิทธิ์ในการติดต่อขอความช่วยเหลือทางเทคนิคจาก Microsoft โดยตรง
  • ราคา: สูงกว่า แบบ OEM อย่างชัดเจน

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: License แบบ FPP ก็เปรียบเสมือน “ลำโพงพกพา” ที่คุณซื้อมาเอง คุณจะเอามันไปใช้ที่ไหน กับอุปกรณ์อะไรก็ได้ มันเป็นสิทธิ์ของคุณอย่างเต็มที่

เหมาะกับใคร?:

  • ผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์เองและมีแผนที่จะอัปเกรดฮาร์ดแวร์ (โดยเฉพาะเมนบอร์ด) หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ในอนาคต
  • ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงสุดในการใช้งาน License
  • ผู้ที่ต้องการการสนับสนุนโดยตรงจาก Microsoft

ตารางสรุปความแตกต่าง

คุณสมบัติOEMFPP (Retail)
ราคาถูกกว่าแพงกว่า
การย้ายเครื่อง❌ ย้ายไม่ได้✅ ย้ายได้
การผูกสิทธิ์ผูกกับเมนบอร์ดผูกกับผู้ใช้
การสนับสนุนจากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จาก Microsoft โดยตรง

บทสรุป: เลือกแบบไหนดี?

  • ถ้าคุณซื้อคอมพิวเตอร์แบรนด์เนม คุณจะได้ License แบบ OEM มาอยู่แล้ว ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งาน
  • ถ้าคุณเป็นสาย “ประกอบคอม” การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับแผนในอนาคตของคุณ หากคุณไม่คิดจะเปลี่ยนเมนบอร์ดไปอีกหลายปี การเลือก OEM จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบอัปเกรดฮาร์ดแวร์อยู่เสมอ การลงทุนกับ FPP ในครั้งเดียวอาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

อ้างอิง (References)

Share This Article