ChatGPT ห่วงใย! เพิ่มฟีเจอร์เตือนผู้ใช้ ‘พักคุยกับ AI บ้าง’ เพื่อสุขภาพจิต

OpenAI ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจและแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับ ChatGPT โดยหลังจากนี้ หาก AI ตรวจพบว่าผู้ใช้มีการสนทนาที่ยาวนานหรือมีเนื้อหาที่สุ่มเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพจิต AI จะแนะนำให้ผู้ใช้งาน "หยุดพักชั่วคราว" เพื่อส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัลที่ดี (Digital Well-being)

1 Min Read

🔥 Hot Seal: ดีลเด็ด! สินค้าไอทีลดราคาที่คุณไม่ควรพลาด คลิ๊ก

ดูเหมือนว่า OpenAI กำลังให้ความสำคัญกับผลกระทบทางสังคมของปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น เมื่อล่าสุดผู้ใช้งาน ChatGPT หลายรายเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือการที่ AI เริ่มแนะนำให้ผู้ใช้พักการสนทนาเพื่อดูแลสุขภาพจิตของตนเอง

ฟีเจอร์ใหม่ทำงานอย่างไร?

จากการเปิดเผยของ OpenAI และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ทำงานแบบสุ่ม แต่จะถูกกระตุ้น (Trigger) โดยอัลกอริทึมที่พิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน:

  • ระยะเวลาการสนทนา: หากเซสชันการแชตมีความยาวนานต่อเนื่องเกินกว่า 1-2 ชั่วโมง
  • เนื้อหาการสนทนา: หาก AI ตรวจพบว่าบทสนทนามีการแสดงออกถึงความเศร้า, ความวิตกกังวล, ความโดดเดี่ยว หรืออารมณ์เชิงลบอย่างต่อเนื่อง
  • ความถี่ในการใช้งาน: หากผู้ใช้กลับมาสนทนาในหัวข้อเดิมๆ ที่มีลักษณะอ่อนไหวซ้ำๆ กันหลายครั้ง

เมื่อเข้าเงื่อนไขดังกล่าว ChatGPT จะแสดงข้อความในลักษณะที่เป็นมิตรและห่วงใย เช่น:

“ดูเหมือนว่าเราคุยกันมาสักพักใหญ่แล้ว และบางหัวข้อก็เป็นเรื่องที่หนักพอสมควร การได้หยุดพัก สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือได้พูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัวที่คุณไว้ใจ อาจเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพจิตของคุณนะครับ”

ไม่ใช่แค่เตือน แต่คือการส่งเสริม “Digital Well-being”

การเพิ่มฟีเจอร์นี้เข้ามา ถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงรุกของ OpenAI เพื่อรับมือกับข้อกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับ “ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI”

  • ป้องกันการพึ่งพิงเกินพอดี: เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้ใช้อาจจะใช้ AI เป็นเครื่องมือหลีกหนีจากโลกความจริง หรือใช้แทนที่การปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆ
  • ส่งเสริมความรับผิดชอบ: เป็นการแสดงจุดยืนว่า แม้ AI จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการดูแลสุขภาพจิตโดยผู้เชี่ยวชาญหรือการสนับสนุนจากคนรอบข้างได้
  • สร้างมาตรฐานใหม่: เป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม AI ในการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงสุขภาวะของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ

เสียงตอบรับจากผู้เชี่ยวชาญ

นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรม AI หลายคนได้ออกมาแสดงความเห็นเชิงบวกต่อฟีเจอร์นี้ โดยมองว่าเป็น “ก้าวแรกที่สำคัญและถูกต้อง” ในการสร้าง AI ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงย้ำเตือนว่านี่เป็นเพียง “เครื่องมือช่วยเตือนสติ” เท่านั้น และไม่สามารถทดแทนคำแนะนำจากจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงได้

ฟีเจอร์นี้ได้เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานกับผู้ใช้ ChatGPT ทั่วโลกแล้วทั้งในเวอร์ชันฟรีและเวอร์ชันเสียเงิน

อ้างอิง (References)

Share This Article